หนัง Netflix แนะนำ มีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 2020

     6,713

Netflix บริการชมภาพยนตร์ผ่านระบบ Streaming ที่ปัจจุบันครอบคลุมถึง 190 ประเทศ และยังมีการพัฒนาโดยเริ่มเป็นผู้สร้างคอนเทต์เอง (Netflix Originals)

 

โดยในปี 2013 Netflix สร้างผลงานของตัวเองเป็นเรื่องแรก คือ “House of cards (เกมอำนาจ)” และมีชื่อเข้าชิงรางวัลโทรทัศน์อย่าง Emmy Awards และในปีต่อๆมาผลงานของ Netflix ก็มีชื่อเข้าชิงรางวัลทุกปี 

 ปี 2017 Netflix สามารถคว้ารางวัลออสการ์ครั้งแรกได้สำเร็จจาก “The White Helmets” ในสาขาสารคดีสั้นยอดเยี่ยม

 ปี 2018 Netflix คว้ารางวัลออสการ์จาก “Icarus” ในสาขาภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม

 ปี 2019 หนังของ Netflix เรื่อง “Roma” สามารถคว้ารางวัลออสการ์ 3 สาขา ได้แก่ รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม, รางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม และ รางวัลการกำกับภาพยอดเยี่ยม และเรื่อง “Period. End of Sentence” คว้ารางวัลภาพยนตร์สารคดี-ขนาดสั้นยอดเยี่ยม อีกด้วย

 

และในปี 2020 นี้ Netflix ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 24 รางวัล มากกว่าทุกๆบริษัท มากกว่า Walt Disney, Sony Pictures ซะอีก 

 

หนังของ Netflix ที่เข้าชิงรางวัลออสการ์ 2020

1. Marriage Story

 Marriage-Story

เข้าชิงรางวัล : สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (Adam Driver) , สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (Scarlett Johansson), สาขานักแสดงสบทบหญิงยอดเยี่ยม (Laura Dern), สาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม, สาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

 

ผู้กำกับ : โนอาห์ บอมบาค (Noah Baumbach)

บทภาพยนตร์ : โนอาห์ บอมบาค (Noah Baumbach)

เรื่องย่อ : เรื่องราวของชีวิตรักช่วงเวลาที่ขมขื่นในการหย่าร้างของผู้กำกับละครเวทีหนุ่มและนักแสดงสาว จากความต้องการแยกจากแบบเรียบง่าย นำไปกระบวนการทางกฎหมาย มันมีทั้งความรู้สึกเศร้าหมองที่ต้องตัดสินใจแยกทางกัน ความรู้สึกที่ยังรัก แต่ไม่สามารถเป็นแบบเดิมได้แล้ว และความรู้สึกเจ็บปวดที่ต้องมาทำร้ายจิตใจกันและกันเพื่อแย่งกันให้ได้สิทธิ์เลี้ยงดูลูก ช่วงเวลาที่แสนเจ็บปวดของทั้งคู่ ไปสู่จุดจบของชีวิตสมรส


2. The Irishman (คนใหญ่ไอริช)

 The-Irishman

เข้าชิงรางวัล : สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, สาขานักแสดงสบทบชายยอดเยี่ยม (Al Pacino), สาขานักแสดงสบทบชายยอดเยี่ยม (Joe Pesci), สาขาออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม, สาขาการกำกับภาพยอดเยี่ยม, สาขาลำดับภาพยอดเยี่ยม, สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม, สาขาออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม

 

ผู้กำกับ : มาร์ติน สกอร์เซซี

บทภาพยนตร์ : สตีเว่น ไซเลี่ยน ดัดแปลงจาก หนังสือของชาร์ลส แบรนด์ท

เรื่องย่อ : หนังเล่าเรื่องชีวิตกว่า 50 ปีของ แฟรงค์ เชียแรน (โรเบิร์ต เดอ นีโร) มาเฟียชาวไอริชที่รอดชีวิตจากสงครามเข้ามาทำมาหากินในแผ่นดินอเมริกา ไต่เต้าจากคนขับรถส่งเนื้อแช่แข็งสู่การเป็นมือขวาของมาเฟียตัวพ่ออย่าง รัสเซล บัฟฟาลิโน (โจ เพสซี) ทำงานกับผู้นำสหภาพแรงงานคนสำคัญในประวัติศาสตร์อเมริกาอย่าง จิมมี่ ฮอฟฟา (อัล ปาชิโน) ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำเขตแรงงานคนสำคัญ ผ่านร้อนผ่านหนาวอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของเหล่ามาเฟียต่างๆ นานา ก่อนที่จะต้องเผชิญหน้ากับความรวดร้าวสาหัสจากครอบครัวอันเป็นสิ่งเดียวที่เขาต่อสู้และอุทิศตนให้มาตลอด

 

3. The Two Popes (สันตะปาปาโลกจารึก)

  The-two-popes

เข้าชิงรางวัล : สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (Jonathan Pryce),  สาขานักแสดงสบทบชายยอดเยี่ยม (Anthony Hopkins), สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม

 

ผู้กำกับ : เฟร์นันโด เมย์เรลเรส

เรื่องย่อ : จากเค้าโครงเรื่องจริงในวาติกันที่พำนักของโป๊ปหรือพระสันตะปาปาสังฆราชาแห่งคริสตจักร หลังจากสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2 สวรรคตลงในปี 2005 คณะพระคาร์ดินัลต่างประชุมเพื่อเลือกโป๊ปองค์ใหม่ โดยเป็นการเอาชนะกันระหว่างกลุ่มอนุรักษ์นิยมสายเคร่งที่สนับสนุน โยเซฟ รัทซิงเงอร์ จากเยอรมัน และคณะสายปฏิรูปที่สนับสนุน ฮอร์เฮ มาริโอ เบร์โกกลิโอ จากอาร์เจนตินา

 

4. I Lost My Body

I-lost-my-body

เข้าชิงรางวัล : สาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม

 

ผู้กำกับ : Jérémy Clapin

บทภาพยนตร์ : Jérémy Clapin, Guillaume Laurant

เรื่องย่อ : แอนิเมชั่นของฝรั่งเศสที่ชนะรางวัล Critic’s week จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ที่ Netflix ซื้อสิทธิ์มา หนังเล่าเรื่องราวลึกลับมหัศจรรย์ของมือขวาที่ตามหาร่างของตัวเองผ่านการผจญภัยในกรุงปารีส พร้อมกับเรื่องราวความฝันที่หายไปนับตั้งแต่วัยเด็กจนถึงช่วงเวลาล่าสุดก่อนที่ร่างจะหายไป

 

5. Klaus

 Klaus

เข้าชิงรางวัล : สาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม

 

ผู้กำกับ : Sergio Pablos

บทภาพยนตร์ : Zach Lewis, Jim Mahoney

เรื่องย่อ : เล่าเรื่องชายคนนึงที่เกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยแต่เขาก็มีนิสัยที่เกียจคร้านไม่เอาการเอางาน ไม่เห็นคุณค่าในสิ่งใดนอกจากความสบายของตัวเอง เขาโดนพ่อดัดนิสัยด้วยการส่งให้ไปทำงานเป็นบุรุษไปรณีย์ในเมืองหิมะ “สเมียเรนส์เบิร์ก” ที่ตั้งอยู่บนเกาะห่างไกลความเจริญและความสะดวกสบายอย่างที่สุด เงื่อนไขคือต้องรับส่งจดหมายให้ครบ 6,000 ฉบับในเวลา 1 ปี ถึงจะได้กลับบ้าน ก่อนจะได้พบกับ “เคล้าส์” ช่างไม้สูงวัยที่มีชีวิตเดียวดายอยู่นอกเมือง การพบกันของทั้งคู่ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวอีกหลายๆ อย่างตามมาที่นำพาเราไปพบคำตอบและความหมายของเทศกาลคริสต์มาส

 

และยังมีผลงานสารคดีเข้าชิงรางวัลด้วยเช่นกัน

6. American Factory

 American-Factory

เข้าชิงรางวัล : สาขาสารคดียอดเยี่ยม

 

ผู้กำกับ : Steven Bognar, Julia Reichert

เรื่องย่อ : สารคดีของเหตุการณ์ตั้งแต่ช่วง 2015 - 2017 เล่าเรื่องราวโรงงานของบริษัท Fuyao ในเมืองเดย์ตัน โอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้นำพื้นที่ในอดีตอันยิ่งใหญ่ของโรงงานเจเนอรัลมอเตอร์ที่ได้ปิดทำการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น มาสร้างเป็นโรงงานใหม่ของ Fuyao บริษัทผลิตกระจกรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลกและว่าจ้างแรงงานอเมริกัน 2 พันคน ในช่วงแรกต้องเจออุปสรรคเมื่อมหาอำนาจไฮเทคอย่างจีนต้องปะทะกับชนชั้นแรงงานในอเมริกา

 

7. The Edge of Democracy

The-Edge-of-Democracy

เข้าชิงรางวัล : สาขาสารคดียอดเยี่ยม

 

ผู้กำกับ : เปตรา คอสต้า

เรื่องย่อ : สารคดีเล่าเรื่องราวสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศบราซิลเริ่มต้นในช่วงปี 1985 การไต่สวนคดีการเมือง ผลกระทบถึงประชาชน การขับเคลื่อนทางสังคมส่งผลต่อระบอบประชาธิปไตย ประวัติศาสตร์การเมืองในความทรงจำที่แสนเศร้าของเปตราผู้กำกับเอง

 

8. Life Overtakes Me

Life-overtakes-me

เข้าชิงรางวัล : สาขาภาพยนตร์สารคดีสั้นยอดเยี่ยม

 

ผู้กำกับ: คริสติน ซามูเอลสัน, จอห์น ฮปตัส

เรื่องย่อ : หลังต้องประสบเหตุสะเทือนใจ ลูกหลานของผู้ลี้ภัยหลายร้อยคนในสวีเดนเริ่มแสดงอาการป่วยเหมือนอยู่ในสภาวะโคม่าที่เรียกว่ารีซิกเนชันซินโดรม (Resignation Syndrome) โดยปิดตัวเองจากโลกภายนอก แล้วเริ่มมีอาการเหมือนอยู่ในสภาวะโคม่าราวกับว่าถูกแช่แข็ง

  

 netflix

เนื่องจาก Netflix จะแสดงรายการและภาพยนตร์ให้แก่ผู้ชมต่างกันตามตำแหน่งภูมิภาค การเข้าถึงเนื้อหาต่างกันเพราะลิขสิทธิ์และข้อตกลงตามสัญญากับผู้ให้บริการในแต่ละภูมิภาค สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศเดียวที่สามารถเข้าถึงเนื้อหา Netflix ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมี Netflix Originals บางส่วนที่ไม่ได้ออกอากาศทั่วโลกอีกด้วย 

 

หากต้องการดูภาพยนตร์ที่มีในสหรัฐอเมริกา แต่ไม่มีประเทศที่คุณอยู่ สามารถทำได้โดยการใช้ VPN  

แต่ต้องระวังการโดนบล็อคอัติโนมัติจาก Netflix เนื่องจาก Netflix มีการตรวจจับ VPN หรือ  Proxy

เราแนะนำให้ใช้ VPN ที่มีคุณภาพอย่าง BullVPN ที่มีเซิฟเวอร์สำหรับ Netflix โดยเฉพาะ คุณจะไม่เจอปัญหาดังกล่าวแน่นอน

 

ขั้นตอนง่ายๆ ในการเชื่อมต่อ BullVPN

  • ดาวน์โหลดและติดตั้ง BullVPN  bullvpn.com/setup
  • เปิดใช้งาน BullVPN
  • เชื่อมต่อ BullVPN ไปที่เซิร์ฟเวอร์ USA (Netflix) หรือเซิฟเวอร์ประเทศอื่นๆ ที่คุณต้องการเข้าชม

*เซิฟเวอร์ที่มีคำว่า (Netflix) หมายถึงเซิฟเวอร์ที่รองรับการใช้งานบน Netflix ได้ดีที่สุด โดยผ่านการทดสอบจากทีมงานแล้ว

*ข้อแนะนำ อย่าเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์บ่อย จะทำให้มีปัญหาในการรับชม Netflix ได้

 เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเข้าถึงเนื้อหาของ Netflix ได้อย่างไม่จำกัด

select-server

connected

 

ติดตั้งโปรแกรม Bull VPN ตามอุปกรณ์ที่ใช้งาน

==> วิธีติดตั้ง Bull VPN iOS (iPhone & iPad)

==> วิธีติดตั้ง Bull VPN Android

==> วิธีติดตั้ง Bull VPN Windows

==> วิธีติดตั้ง Bull VPN Mac

==> วิธีติดตั้ง Bull VPN Chrome Extension

 

line-tv-unblock-bypass-vpn-bullvpn